Book Review: Daemon Bakery – เจ้าชายปีศาจปาร์ติซิเย่ ความฝัน และความหมายของการเป็นผู้ใหญ่

นิยายแนวแฟนตาซี coming of age ผลงานของคุณ พัณณิดา ภูมิวัฒน์ – ลวิตร์ ว่าด้วยเรื่องของ “มอร์เทม” เจ้าชายแห่งไปศาจราชอาณาจักร ที่หนีออกจากบ้านมาเปิดร้านขนมหวานที่แดนมนุษย์

ในที่สุดเล่ม 5 เล่มจบก็ออกซะทีค่ะ

อ่านจบแล้วชอบมากจริงๆ ต้นเรื่องถึงจะรั่วแค่ไหน อ่านแล้วหิวแค่ไหน ยังไงก็เป็นนิยายสไตล์คุณปันอยู่ดีนั่นเอง ชื่อนักเขียนการันตีคุณภาพจริงๆ และเพราะชอบมาก เลยถือโอกาสนี้มารีวิวซะหน่อยค่ะ

บอกเลยว่าเขียนนานมากกกกกกกก

ใจจริงก็พยายามจะเขียนไม่ให้สปอยล์แล้วนะ แต่รู้สึกว่ายากซะเหลือเกิน เลยอาจจะมีหลุดสปอยล์บ้างนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ ไม่ว่ากันเนาะ งือ

Daemon Bakery…เจ้าชายปีศาจปาร์ติซิเย่

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวแฟนตาซี coming of age ผลงานของคุณ พัณณิดา ภูมิวัฒน์ – ลวิตร์ ออกกับสนพ. Enter Books ในเครือแจ่มใส ว่าด้วยเรื่องของ “ฟิเดลิส แอด มอร์เทม” เจ้าชายแห่งไปศาจราชอาณาจักรที่ชอบทำขนมมากกว่าต่อสู้ อยากเปิดร้านเค้กมากกว่าเป็นจักรพรรดิ

ไปๆ มาๆ ก็เลยหนีออกจากบ้าน มาเปิดร้านที่แดนกลาง (แดนมนุษย์) ซะเลย แน่นอนว่าเปิดร้านเค้กไม่ใช่เรื่องง่าย และเส้นทางความฝันของมอร์เทมก็ไม่ได้สะดวกสบาย

นอกจากมอร์เทมแล้วก็ยังเป็นเรื่องของ “ปาชามินา” เด็กสาวผมแกละบ้าพลังจากแดนกลางที่ฝันอยากเป็นผู้กล้าทั้งที่ตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย ว่าผู้กล้าต้องเป็นอย่างไร แต่เพราะมีองค์อารัชอิลลูมินา กษัตริย์แดนกลาง ท่านลุงของมอร์เทมเป็นไอดอลในดวงใจ เลยตั้งมั่นมาตลอดว่าอยากเป็นผู้กล้า

และยังเป็นเรื่องของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอันแสนซับซ้อนวุ่นวายของมอร์เทม

ของผู้คนมากมาย เป็นเรื่องของคนจากแดนปีศาจ จากแดนกลาง

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เล่าผ่านจดหมายและบันทึกของตัวละคร มีบ้างเหมือนกันที่เล่าผ่านพงศาวดารซึ่งบันทึกโดยราชอาลักษณ์ หรือผ่านตัวละครเอง

แรกๆ ที่อ่านยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย เพราะไม่เคยชินกับวิธีเล่าเรื่องแบบนี้ แต่พออ่านแล้วฮาก็ลืมสนใจอะไรแปลกๆ ที่ว่าไปสนิท พออ่านจบแล้วก็รู้สึกดี

จะว่าไปก็รู้สึกแปลกๆ อีกอย่าง ว่าแบบ ผ่านมาสามปีแล้วเหรอ จากวันที่อ่านเรื่องของมอร์ครั้งแรก ทำไมรู้เหมือนตัวเองไม่โตขึ้นเลยล่ะ (ฮือ ไม่อยากแก่)

แต่ก็รู้สึกดีที่ได้อ่าน รู้สึกเหมือนได้เติบโตไปพร้อมกับมอร์ กับปาชา กับทุกคน

(ต่อจากนี้อาจมีการสปอยล์)

หน้าที่กับความฝัน…เส้นทางใดกันที่ควรเลือกเดิน

ฟิเดลิส แอด มอร์เทม เป็นเจ้าชาย เป็นอนาคตราชาปีศาจ

เขาเป็นทายาทวงศ์ราชสีห์ผู้ต้องแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันความฝันของเขากลับอยู่ที่ร้านขนม กลิ่นช็อกโกแล็ตยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำตอนที่เขาได้ลิ้มรส และเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เขามุ่งสู่ถนนสายเบเกอรี่

ร้านขนมคือความฝันของเด็กหนุ่ม เรื่องการเป็นจักรพรรดิ ผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจเหนือสิ่งทั้งปวงไม่อยู่ในหัวของมอร์เทม แต่ดูเหมือนเขาจะเกิดมาผิดที่ เพราะแดนปีศาจไม่มีใครสามารถลิ้มรสหวานได้ นอกจากพ่อกับแม่ ไม่มีใครอื่นอีกที่จะชิมขนมของเขา

เมื่อเป็นดังนี้ เด็กหนุ่มหัวรั้นจึงหอบความฝันหนีออกจากบ้าน จากแดนปีศาจ เพื่อมาตั้งร้านขนมบนโลกมนุษย์

แต่เอาเข้าจริงเปิดร้านขนมกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ซ้ำยังมีผู้กล้า (?) มาประกาศตนว่าต้องปราบปีศาจ ไปๆ มาๆ ไหงผู้กล้ากลายเป็นขาประจำเพราะขนมไปซะงั้น !?

ช่วงแรกเรื่องดำเนินไปอย่างเฮฮา มอร์เทมอาจกังวลใจว่าทำไมไม่มีลูกค้าเข้าร้าน แต่แค่มีปาชาหรือจดหมายจากสมเด็จพระจักรพรรดิ (พ่อของมอร์) โผล่มา คนอ่านอย่างเราก็ขำแทบตาย

อย่างไรก็ตามช่วงท้ายของเล่มหนึ่ง เรื่องก็ค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักของหน้าที่ลงบนบ่าของเด็กหนุ่มผู้รักการทำขนม เป็นหน้าที่อันแสนหนักหน่วง

เช่นนี้แล้วระหว่างความฝันร้านขนม กับหน้าที่ มอร์เทมจะเลือกอะไร?

โลกนี้ไม่ได้ระบายด้วยสีดำกับขาว…เราทุกคนล้วนมีปมแตกต่างกันไป

โลกไม่ใช่แค่ดำกับขาว ไม่สามารถแบ่งแยกสิ่งดีกับสิ่งเลวออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง บางครั้งการปราบผู้ร้ายอาจไม่ได้แฮปปี้เอ็นดิ้งเหมือนในการ์ตูนหรือนิยาย เพราะความดีกับความชั่วไม่ได้ขาดออกจากกันเหมือนหั่นเนื้อและปมในใจคนย่อมมีจุดเริ่มต้นของมัน มีสาเหตุมากมายที่สืบสาวได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน

ทั้งมอร์เทม ฟาริลไมรา อิตซาล รีกัล อารัชอิลลูมินา รวมถึงทนป.ฯ ไม่ว่าจะเป็นคนเฉลียวฉลาดหรือคิดน้อย โผงผางหรือนิ่งเงียบ ทุกคนล้วนมีปมในใจ

ทว่าคนบางคนอาจรู้ตัวว่ามีปมและรับมือกับปมนั้นได้ คนบางคนอาจรู้ตัวและถูกปมนั้นกดเอาไว้ คนบางคนอาจไม่รู้ตัวและปมนั้นยังคงสร้างบาดแผลให้ใจเรื่อยไป และการที่ปมนั้นเองจะผลักดันคนให้เดินไปในเส้นทางต่างๆ กัน ก็มีปัจจัยมากมาย

ปัจจัยนั้นอาจเป็นนิสัย ความคิด เรื่องบันดาลใจ หรือสิ่งอื่นใดที่สร้างความแตกต่างแก่เส้นทางของแต่ละคน

ผู้ที่รับมือกับปมได้ ย่อมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ และผู้ใดที่รับมือกับปมได้ดี ย่อมได้รับคำชื่นชมมากมาย

และถึงอย่างไร ปมก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายผู้อื่นอยู่ดีนั่นเอง

เรียนรู้เข้าใจ…เติบใหญ่ผ่านกาลเวลา

คนเราต้องใช้เวลาเติบโตสักเท่าใดกัน

จากเด็กหนุ่มที่หนีออกจากบ้านเพราะไม่มีใครกินขนม เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย ประสบการณ์ที่สั่งสมก็บ่มเด็กหนุ่มให้เติบโตขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งต้องเผชิญเรื่องร้ายมาก จิตใจก็ยิ่งแข็งแรง

แต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเย็นชา แข็งกระด้าง เพราะถึงอย่างไรมอร์เทมก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่อบอุ่นเหมือนขนมกรุ่นจากเตาอยู่ดีนั่นเอง

จากเด็กสาวผมแกละที่พลังงานเหลือเฟือ สดใสเหมือน Strawberry Shortcake คิดเพียงว่าผู้กล้าต้องปราบปีศาจ ก็ได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้รู้จักว่าแท้ที่จริงแล้วปีศาจเป็นเช่นไร และมนุษย์เป็นเช่นไร

เวลาผ่านไป เส้นทางความฝันที่เคยคิดไว้ก็อาจแปรเปลี่ยนไปบ้าง บางทีผู้กล้าอาจไม่ใช่ผู้กล้าแบบเดิมอย่างที่เคยคิด แต่เมื่อมีสิ่งใหม่ที่อยากทำ บางทีเส้นทางใหม่ก็อาจทำให้มองเห็นจุดมุ่งหมายได้ชัดเจนขึ้น

และบางทีเราทุกคนอาจเป็นผู้กล้าได้ ในแบบของตัวเอง

นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่เด็กๆ แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังเติบโตขึ้นตามกาลเวลาที่ผันผ่าน และเรียนรู้กันจากความผิดพลาดในอดีตด้วยเช่นกัน
ทุกคนล้วนเติบโตขึ้น มองเห็นโลก เห็นผู้อื่นในมุมมองที่เปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างไรชีวิตก็ยังเป็นสิ่งสวยงามอยู่ดีนั่นเอง เป็นเหมือน Opera Cake ที่มีทั้งรสขมและหวานปะปนกันไป

หากถามว่าคนเราต้องใช้เวลาเติบโตสักเท่าไหร่…

…บางทีคงเป็นตลอดชีวิตกระมัง

Daemon Bakery - ลวิตร์

Fantasy, Coming of Age

Related Posts