Dining Review: Yakiniku Kirabi เนื้อย่างญี่ปุ่นระดับ A5 ในราคาจับต้องได้

สำหรับคนรักเนื้อ โดยเฉพาะเนื้อลายหินอ่อนที่มีไขมันละเอียดแทรกทั่วชิ้น ละลายในปาก ย่างด้วยเตาถ่านร้อนๆ คงถูกใจไม่น้อย เพราะวันนี้จะพามาชิมเนื้อย่างญี่ปุ่น A5 ในราคาจับต้องได้ ที่ “Yakiniku Kirabi” ค่ะ

ร้าน Yakiniku Kirabi มีสองสาขา คือที่สุขุมวิท 51 กับสุขุมวิท 23 ส่วนตัวเคยไปแต่ที่สาขาสุขุมวิท 51 เพราะเดินจากถนนใหญ่เข้าไปไม่ไกล เดินจากสถานี BTS ทองหล่อไปนิดเดียว ร้านมีที่จอดรถ แต่ไม่ทราบรายละเอียดนะคะ ว่ามีค่าจอดรถมั้ยยังไง เพราะปกติก็ไปทาง BTS ค่ะ

ภายในร้านมีโต๊ะไม่มากนัก แนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้า พนักไม้จะทำสูงกั้นแต่ละโต๊ะออกจากกันเพื่อให้ความเป็นส่วนตัว

ดูจากขนาดโต๊ะแล้ว โต๊ะนึงน่าจะนั่งได้ถึง 6 คน แต่ละโต๊ะจะมีเตาถ่านตั้งอยู่ตรงกลาง และมีปุ่มกดเรียกพนักงานอยู่บริเวณเดียวกับซอสปรุงรส

พอมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็จะนำเครื่องเคียง ผักห่อ และแก้วน้ำมาเสิร์ฟให้ เครื่องเคียงที่นี่เป็นถั่วงอกคลุกซอสงา หอมงา และกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน อร่อยมากค่ะ แถมยังแก้เลี่ยนได้ดี

ส่วนซอสจะวางอยู่มุมด้านในติดกับทิชชู่ มีทั้งซอสแบบดั้งเดิม ซอสสำหรับใส่เนื้อห่อผัก ซอสโชยุสำหรับทานกับวาซาบิ และก็เกลือโมชิโอะ ซึ่งเป็นเกลือที่ทำจากสาหร่ายทะเล

ส่วนตัวไม่ค่อยทานซอส ชอบทานแค่เนื้อกับเกลือเปล่าๆ มากกว่าค่ะ

เนื้อที่ร้านจะเน้นเสิร์ฟเนื้อ A4-A5 โดยสามารถสั่งได้ทั้งแบบเป็นเซ็ต ที่ประกอบด้วยเนื้อ 4-5 ประเภทให้ได้ลองหลายๆ แบบ มีทั้งชุดเล็กราคา 999 บาท สำหรับท่านที่มาคนเดียว และก็ชุดใหญ่สำหรับ 2-3 คนราคา 1280 บาท

หรือถ้าไม่อยากสั่งเป็นเซ็ต ก็สามารถสั่งเนื้อเฉพาะส่วนได้ ซึ่งเริ่มต้นที่ 290 บาทไปจนถึงหลักพัน แต่เนื้อส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยกันจะอยู่ที่จานละประมาณ 480 บาท นอกจากนี้สำหรับเนื้อบางส่วน ยังสามารถสั่งมาเพียงชิ้นเดียวได้ สำหรับคนที่อยากลองว่าจะชอบไม่ชอบส่วนไหน ซึ่งราคาตกอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 99 บาทค่ะ

เนื่องจากว่าไปคนเดียว เลยเลือกสั่งเป็นชุด 999 บาท ซึ่งมีให้เลือกสองชุด อันนี้เป็นชุดที่ยังไม่เคยสั่ง พนักงานแนะนำว่าเนื้อในชุดนี้จะค่อนข้างมันกว่า ด้วยความที่อยากลองอะไรใหม่ๆ เลยตัดสินใจเลือกสั่งชุดนี้มาค่ะ

ในชุดก็ประกอบด้วยเนื้อ 5 ส่วน ได้แก่ Nakaochi Karubi  (เนื้อร่องซี่โครง), Jyo Karubi (เนื้อซี่โครง), Harami (เนื้อติดกระบังลม), Sasabara (เนื้อใบบัว/สีข้าง) และ Kainomi (เนื้อสะโพกส่วนล่าง)

เนื้อ Nakaochi Karubi จะมีไขมันแทรกเยอะ นุ่ม แต่มีเท็กซ์เจอร์ของเอ็นติดอยู่ด้วย ส่วน Jyo Karubi หรือเนื้อซี่โครง ส่วนยอดฮิตที่หลายคนรู้จักกันดีก็นุ่มมาก ละลายในปาก รสชาติเข้มข้น

Harami หรือเนื้อกระบังลม จะมีความยืดหยุ่นกว่า เวลาเคี้ยวเท็กซ์เจอร์มีความหนึบหนับสู้ฟัน ขณะที่ Sasabara จะไม่มันเท่าสามส่วนที่พูดถึงไปก่อนหน้า แต่เรื่องความนุ่มคือไม่แพ้ส่วนอื่นเลย นุ่มมากๆ ปิดท้ายด้วย Kainomi หรือเนื้อสะโพก ที่น่าจะมันน้อยที่สุดในบรรดาเนื้อทั้งหมด และไม่ได้นุ่มมากแบบ Sasabara หรือ Jyo Karubi แต่มีรสชาติของเนื้อเข้มข้นมากๆ

ส่วนตัวชอบ Kainomi กับ Jyo Karubi เป็นพิเศษ ยอมรับว่าไม่ได้ชอบเนื้อที่มันมากเท่าไหร่ ซึ่ง Kainomi หรือเนื้อสะโพกส่วนล่างนี่เป็นแบบที่ชอบเลย คือมีมันพอให้นุ่มแต่ไม่เลี่ยน รสชาติเข้มข้น ส่วน Jyo Karubi นี่ชอบที่เต็มเปี่ยมด้วยรสชาติของเนื้อ เวลาละลายแล้วรสชาติแผ่ออกกระจายในปาก อร่อยมาก

สำหรับท่านใดที่อยากไปทานที่ร้าน แนะนำให้โทรไปสอบถามหรือจองก่อนนะคะ เพราะที่ร้านมีจำนวนโต๊ะไม่มาก ถ้าวันไหนคนเยอะอาจจะต้องรอคิวยาวค่ะ

Disclaimer: This blog is a not-sponsored post. Any views or opinions represented in this blog are personal and belong solely to me.

Yakiniku Kirabi

093-434-1717

Related Posts