Japanese Learning: เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยการท่องคันจิกับ Wanikani

Wanikani คืออะไร? Wanikani เป็นเว็บเรียนภาษาญี่ปุ่นที่เน้นเฉพาะคันจิล้วนๆ พัฒนาโดยทีมงานเดียวกับ Textfugu ลำดับการเรียนจะเป็นแบบตาม บุชุ (Radical) หรือราก ซึ่งจะแตกต่างจาก JLPT อยู่บ้าง โดยบทเรียนทั้งหมดแบ่งเป็น 60 เลเวล

ในช่วงเลเวลแรกๆ อาจจะค่อนข้างน่าเบื่อบ้าง เพราะการท่อง Radical มันจะแปลกๆ หน่อย คือเหมือนเอาตัวพื้นฐานมาให้ท่องด้วยชื่อแปลกๆ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าช้า แต่ผ่านไปสักพักจะเริ่มชิน แล้วตอนเรียนตัวคันจิจริงๆ จะกลายเป็นมีประโยชน์มาก เพราะว่าคันจิ จริงๆ แล้วเกิดจากการนำเอารากมาผสมกันกลายเป็นตัวอักษรหลายๆ ตัว

(จะบอกว่าหลังจากผ่านเลเวล 5 ไป จะเร็วมากจนแทบเรียนไม่ทันเลย)

ซึ่งระบบการเรียนคันจิแบบนี้เป็นแบบเดียวกับในหนังสือ Remembering Kanji

ตัวอย่าง Radical ในภาษาญี่ปุ่น

คนที่เคยท่องคันจิมาบ้าง แรกๆ อาจจะรู้สึกว่าเรียนช้า เพราะต้องมาท่อง Radical ใหม่ แต่พอเรียนคันจิหรือศัพท์ไปเรื่อยๆ จะมีประโยชน์หลายอย่าง

อย่างแรกเลยคือ อย่างที่บอกว่าคันจิเกิดจากการเอา Radical มาผสมกัน ถ้าเราจำลำดับการเขียนของ Radical ได้อยู่แล้ว ก็จะรู้ลำดับการเขียนตัวอักษรไปด้วย แทนที่จะต้องมาจำทีละเส้น

อย่างที่สองคือ คำที่เอา Radical มาผสมกัน หลายๆ ครั้งก็มักจะคงความหมายพื้นฐานเอาไว้ เวลาเห็นตัวคันจิ หรือคำศัพท์บางครั้งก็จะเดาได้ว่าความหมายเกี่ยวข้องกับอะไร

ตัวอย่าง คันจิ 下 เกิดจาก Radical 一 (พื้นดิน) กับ ト (นิ้วเท้า) มาผสมกัน โดยถ้าเท้าอยู่ใต้พื้นดิน จะหมายถึงข้างล่าง ขณะเดียวกัน ถ้าเท้าอยู่บนพื้นดิน (上) ก็จะแปลว่าข้างบน

หลังจากท่องคันจิไปสักพัก ก็จะมีคำศัพท์ (Vocab) ซึ่งเกิดจากการผสมคันจิเป็นคำมาให้เรียนด้วย ซึ่งคำศัพท์พวกนี้ก็รวมไปถึงกิริยาต่างๆ ในระบบก็จะมีคำอ่านเป็นฮิรางานะให้ มีบอกว่าคำนี้เกิดจากคันจิตัวไหนมาประสมกันบ้าง audio ให้ฟังการออกเสียง และตัวอย่างประโยค

ระบบการท่องคันจิของเว็บยังแบ่งเป็น session โดยสิ่งที่เรียนใหม่ จะโดนจัดอยู่ใน Apprentice ถ้าตอบถูกเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการทบทวน (Review) ก็จะขยับไปอยู่ในกลุ่ม Guru, Master, Enlightened และ Burned ซึ่งหมายความว่าเราจำได้แล้ว ขณะเดียวกัน ถ้าตอบผิด ระดับการเรียนของ Radical/Kanji/Vocab นั้น ก็จะตกลงมา

จำไม่ได้เหมือนกันว่าต้องตอบได้กี่ครั้งถึงจะเลื่อนระดับทีนึง แล้วก็ถ้าระดับการเรียนของคำนั้นสูง ระยะเวลาที่จะโผล่มาใน Review ก็จะทิ้งช่วงนานขึ้นไปด้วย ส่วนคำไหนที่ตอบผิดบ่อยๆ หรือเพิ่งเรียนใหม่ๆ ก็จะวนเวียนโผล่มาใน Review บ่อยไปด้วย

แต่อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่า ลำดับการเรียนจะไม่เหมือน JLPT ซะทีเดียว หลายคนก็อาจจะมีคำถามว่า แล้วต้องเรียนไปกี่เลเวล ถึงจะเทียบเท่า JLPT N5 หรือ N3? หรือแม้แต่ต้องเรียนกี่เลเวลถึงจะเริ่มอ่านสื่อต่างๆ ออกบ้าง

ส่วนตัวเพิ่งเคยเรียนไปถึงเลเวล 8 แล้วรีเซ็ตกลับมาที่เลเวล 5 ก็อาจจะตอบเรื่องนี้ได้ไม่เต็มปาก แต่ก็มีคนทำชาร์ตเปรียบเทียบไว้ค่อนข้างละเอียดที่ https://www.wkstats.com/#charts.jlpt ค่ะ

ก็จะเห็นว่าเนื้อหาครอบคลุมครบถ้วนแค่ N2 ส่วนของคันจิใน N1 อาจจะไม่ครบ 100% แต่ก็ครอบคลุมราว 78% ใครที่จะไปสอบ N1 จริงๆ จังๆ ก็อาจจะต้องหาสื่อการเรียนเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่ก็เรียกได้ว่าเพียงพอแล้วสำหรับการเสพสื่อทั่วไป การอ่านข่าวญี่ปุ่นออนไลน์ (ครอบคลุม 99%) หรือแม้แต่การอ่านนิยายภาษาญี่ปุ่น (ครอบคลุม 93%)

ที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ ระบบสามารถเปิดช่วง “พักร้อน” ได้ ถ้ามีภารกิจเยอะ หรืออยากหยุดการเรียนไว้ชั่วคราว และมีระบบ Reset เลเวล สำหรับคนที่ทิ้งช่วงไปนาน แล้วอยากเรียนบางเลเวลใหม่ เวลา Reset คำที่อยู่ในเลเวลที่สูงกว่านั้นก็จะถูกลบออกไปจากข้อมูลการเรียนของเรา

อย่างล่าสุดนี่ก็ Reset จากเลเวล 8 กลับไปที่เลเวล 5 เพราะดองไว้โดยไม่ได้เปิดพักร้อน จน Review พุ่งไปเป็นเจ็ดร้อยกว่ารีวิว ซึ่งคิดๆ ดูแล้วคงเคลียร์ไม่ไหวแน่นอน เลยตัดสินใจ Reset ไปที่เลเวล 5 ให้เหลือคำใน Review แค่สามร้อยกว่าคำ 555

นอกจากนี้ยังมีแอพทั้งใน iOS และ Android ด้วย หน้าตาหรือการใช้งานต่างๆ ก็จะคล้ายๆ เว็บไซต์ แต่จะไม่สามารถทำบางอย่างที่ทำบนเว็บได้ เช่นตั้งโหมดวันหยุด หรือ Reset

สำหรับใครที่สนใจ สามารถลองใช้ได้ที่ https://www.wanikani.com ซึ่งทดลองเรียน 3 เลเวลแรกฟรี ส่วนตัวแนะนำให้ทดลองใช้ดูก่อนสักสัปดาห์ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเรียนแบบ Radical ซึ่งถ้าใครคิดว่าชอบวิธีเรียนแบบนี้แล้วอยากเรียนต่อก็สามารถเลือก subscription ได้ทั้งแบบรายเดือน รายปี และตลอดชีพ

ซึ่งราคาแบบรายเดือน อยู่ที่เดือนละ $9 แบบรายปีจะอยู่ที่ปีละ $89 (14 เดือน) ส่วนแบบตลอดชีพ ปกติจะอยู่ที่ $299 แต่ในช่วงคริสต์มาสจนถึงปีใหม่ ก็จะมีส่วนลด เหลือ $199 ค่ะ

Disclaimer: This blog is a not-sponsored post. Any views or opinions represented in this blog are personal and belong solely to me.

Related Posts