2018: A Year in Photography Review

ผ่านไปแล้วสำหรับ 2018 ซึ่งเป็นปีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง ทั้งกับครอบครัว คนรอบข้าง ส่วนสำหรับตัวเองอาจจะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อะไรมากนัก แต่ก็คาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรใหม่ๆ

อย่างหนึ่งที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้และทำสำเร็จในปีที่ผ่านมา คือถ่ายรูปมากขึ้น ออกเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะว่าไป การเดินทางไปในที่ใหม่ๆ ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่สำคัญคือได้ถ่ายภาพทางช้างเผือกมากขึ้นด้วย

เริ่มจากช่วงต้นปีได้ไปสมุทรสาคร จันทบุรี ระยอง ทริปยาวตะลุยกาญจนบุรี อาจจะแปลกแล้วแต่จนป่านนี้ก็เพิ่งเคยไปสังขละบุรีครั้งแรกเอง ทั้งที่มีบ้านพักตากอากาศอยู่เมืองกาญจน์ด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งคงเพราะคุณพ่ออายุมากแล้ว ขับรถทางไกลลำบาก ตัวเองก็ยังขับรถไม่แข็งพอจะออกต่างจังหวัดไกลๆ โดยเฉพาะเส้นทางที่ค่อนข้างคดอย่างสังขละบุรี

ส่วนช่วงปลายปีเดินทางขึ้นๆ ลงๆ กรุงเทพอุดรอยู่หลายครั้ง ครึ่งนึงเป็นเรื่องธุระปะปังที่ต้องจัดการ ส่วนเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ได้ไปมอหินขาว ชัยภูมิ ซึ่งเป็นที่ที่ตั้งใจว่าจะไปมาหลายปี และดาวที่นี่ก็สวยมาก เป็นสถานที่ที่พอมองฟ้าตอนกลางคืนแล้ว เหมาะสมกับคำว่าดวงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้าอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ก็ได้ไปนอนบนภูหลวง จังหวัดเลย อากาศดีมาก กล้วยไม้ป่าสวยงาม แต่เส้นทางขับรถขึ้นไปเห็นมูลช้างตลอดทาง เห็นแล้วก็แอบเสียวๆ อยู่บ้างว่าจะปะเข้ากับตัวจริงไหม แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ แอบเสียดายปนโล่งใจแบบบอกไม่ถูก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเจอในสถานการณ์ที่ปลอดภัยแต่สามารถถ่ายภาพได้นะ (ฮา)

จริงๆ ได้เห็นไก่ฟ้าหลังขาวด้วย แต่ช่วงที่เจอค่อนข้างมืดมากแล้ว ทำให้เก็บภาพได้ไม่ดีเท่าไหร่ พอตอนเช้าลองเดินไปสำรวจที่เดิม เจ้าไก่ฟ้าก็หายไปซะแล้ว น่าเสียดาย

เรื่องที่คิดว่าทำสำเร็จในปีที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องเรียนที่ในที่สุดก็จบป.โทสักที อีกเรื่องคือการเขียนบล็อก ถึงจะไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็ต่อเนื่องขึ้น มากขึ้นกว่าปีก่อนๆ มาก ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่มีบล็อกที่คิดว่าตัวเองค่อนข้างพอใจกับการเขียนของตัวเองอยู่เหมือนกัน

ส่วนที่ไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจนี่เยอะมาก เยอะจนเกินไป จนบางทีก็ไล่ไม่ถูก แต่ที่คิดย้อนไปแล้วเสียใจที่ทำไม่ได้ คงเป็นเรื่องเรียนคอร์สออนไลน์ที่ enroll ไว้ ที่ดูเหมือนจะดองไว้เยอะเหลือเกิน เรื่องหางานที่ดีเลย์มาเรื่อยๆ เพราะติดต้องเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด กับอีกเรื่องคือลดน้ำหนัก ซึ่งก็คงยกมาเป็นเป้าหมายของปีนี้ต่อไป

ที่แย่ที่สุดในปีนี้ เห็นจะเป็นเรื่องสุขภาพของคนในครอบครัว พ่อเป็นตาต้อ ผลตรวจร่างกายก็บอกว่าไตเริ่มมีปัญหา ส่วนแม่เป็นมะเร็งเต้านม ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านไปได้ยังไง เวลาจะทำอะไรเดี๋ยวนี้เหมือนต้องคิดถึงสุขภาพคนในบ้านตลอดเวลา แต่ถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังแข็งแรงดี มีแรงไปเดินห้างทุกวัน ก็ได้แต่หวังว่าจะแข็งแรงดีไปนานๆ

สภาพจิตใจตัวเองนี่ขึ้นๆ ลงๆ มานาน ช่วงหลายปีที่ผ่านมาใช้การเรียนภาษาซึ่งก็ช่วยได้ประมาณนึง โดยเฉพาะแอพแบบ interactive flash card อย่าง memrise, anki หรือ wanikani พอเรียนไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้ผ่านช่วงที่อารมณ์ดิ่งมากได้ แต่ปีที่ผ่านมามีช่วงนึงที่รู้สึกว่าการเรียนผ่านแอพช่วยไม่ได้อีกต่อไป

จะว่าไปก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าผ่านมาได้ยังไง แต่ก็ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งที่ทรมานตัวเองอย่าง ออกกำลังกายหนักๆ แบบที่วันต่อมาลุกไม่ขึ้น หรือผ่อนคลายอย่างเล่นคาลิมบา หัดวาดภาพสีน้ำ สุดท้ายก็ดีขึ้นจนผ่านมาได้ ส่วนเรื่องเรียนภาษาก็ยังชอบเหมือนเดิม กลายเป็นงานอดิเรกไปแล้ว

ถึงอารมณ์จะขึ้นๆ ลงๆ อยู่บ้าง เรื่อง self-harming บางทีก็ยังมี แต่ตัวเองอาจจะต่างไปหน่อยตรงที่คิดอยู่แล้วว่ายังไงๆ ก็ไม่อยากตาย เพียงแต่ ณ เวลานั้นมีความอัดอั้นบางอย่างที่ทำให้มันคลายตัวให้ได้ แล้วกับแค่การต่อยหมอนมันก็ไม่เพียงพอ แต่จะว่าไป จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยทำลายข้าวของเลยนะ คงเพราะเสียดายตังค์ละมั้ง ฮา

แต่อย่างนึงที่คิดว่าตัวเองโชคดีมากคือเรื่องมิตรสหาย คนรู้จัก รู้สึกขอบคุณมาตลอดที่ได้เจอแต่คนดีๆ ขอบคุณที่ผ่าน 2018 มาด้วยกัน สำหรับปี 2019 นี้ก็ขอฝากตัวด้วย

ปีใหม่นี้ก็คงเริ่มต้นด้วยการสมัครงาน เรื่องเรียนคอร์สออนไลน์ต่างๆ ก็จะตั้งใจให้มากขึ้น ส่วนเรื่องเรียนภาษา ใจจริงก็อยากจริงจังมากขึ้น แต่ก็อยากให้มันเป็นเซฟโซนส่วนตัวต่อไป

จะพยายามใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองอยากเป็นให้มากขึ้น ตั้งใจอะไรก็ทำให้สำเร็จ จะได้เสียใจทีหลังให้น้อยลง

เกลียดตัวเองให้น้อยรัก รักตัวเองให้มากขึ้น

ขอให้ 2019 เป็นปีที่ดีกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา

Disclaimer: All photos in this blog are personal and belong solely to me. People can use it as personal mobile or computer wallpapers, otherwise please contact me for usage.

Related Posts