Album Review: Aquilo – Silhouettes

ท่ามกลางกระแสวงดนตรีรุ่นใหม่จากเกาะอังกฤษ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าดูโอ Ambient-Pop จาก Silverdale, UK อย่าง Aquilo กำลังเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากเพลง You There และ I Gave It All ในปี 2014 ก่อนจะเพิ่งปล่อยอัลบั้มแรก “Silhouettes” ในวันที่ 27 มกราคม 2017 ที่ผ่านมา

หน้าปก Sihouettes อัลบั้มเดบิวท์ของ Aquilo

ดูโอสองคนอันประกอบด้วย Tom Higham และ Ben Fletcher ทั้งสองอาศัยอยู่ห่างกันเพียงช่วงถนนในชานเมือง Cumbria แต่กว่าจะรู้จักกันก็ตอนที่ Tom เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และเห็นเพลงที่ Ben อัพโหลดผ่าน Soundcloud

“ผมพบกว่าเขาอยู่ห่างจากบ้านผมแค่ระยะปาก้อนหินนี่เอง ผมเลยชวนเขาให้แวะมาที่บ้าน แล้วเพลงแรกที่เราเขียนด้วยกันก็คือ Calling Me” ทอมเล่า

พวกเขาตั้งชื่อวงตามเทพโรมัน เทพแห่งสายลมเหนือ และเริ่มออกแสดงในผับและงานเทศกาลดนตรี ในละแวก Lake District และบริเวณใกล้เคียง ด้วยแนวเพลงและเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้พวกเขาได้รับความสนใจอย่างมากในงาน Glastonbury 2014

ในที่สุดเมื่อปี 2015 พวกเขาก็ปล่อย Extended Play (EP) ออกมา ภายใต้ชื่อ Painting Picture of A War  อันประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 6 เพลง ซึ่ง 4 เพลงในจำนวนนี้ได้ไปปรากฏตัวอยู่บนอัลบั้มเดบิวท์ “Sihouettes” ในปี 2017

พวกเขานำเสนอบทเพลงด้วยเสียงดนตรีที่ครอบงำความรู้สึก ท่ามกลางดนตรีที่ขับกล่อมบรรยากาศให้ราวกับล่องลอยในฝัน กลับเจือปนด้วยอารมณ์หลอกหลอน หมองเศร้า และเนื้อเพลงที่งดงามราวบทกวี ทว่ามีความดิบ ความเฉียบคมที่ทะลุถึงแก่นซ่อนอยู่

ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาได้ชื่อเล่นจากเพื่อนๆ ว่า “Two Sad Boys from the North” หรือสองหนุ่มคนโศกจากเมืองเหนือ

(ซ้าย) Tom Higham และ (ขวา) Ben Fletcher

 

“การเขียนเพลงสุขมันยากกว่าเพลงเศร้านะ” ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Atwood Magazine และให้เหตุผลว่าความเศร้าโศกนั้นมีพลังบางอย่างที่รุนแรง จารึก และคงอยู่เนิ่นนานกว่าความปิติสุข

สำหรับพวกเขา เพลงเศร้าคือพื้นที่ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ความเจ็บปวด หมองเศร้า เป็นช่องทางระบายที่สามารถแสดงตัวตนของคนคนหนึ่งออกมา และยังทำให้สามารถปล่อยใจดิ่งไปตามความซับซ้อน ความแรงกล้า ของสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์

อัลบั้ม  Silhouettes นั้นใช้เวลาทำราวสองสามปี ทำให้พวกเขาสามารถตีความ ถ่ายทอดตัวตนและความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาของการทำเพลงลงในอัลบั้มด้วยกัน การร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ชาวไอซ์แลนด์ อย่าง Ólafur Arnalds ยังทำให้มีกลิ่นอายแบบนอร์ดิกอยู่ในดนตรีของพวกเขาด้วย

Silhouettes เปิดตัวด้วยเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม เพลงที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับพวกเขา ตัวเพลงบอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงจากอดีต ความเยาว์วัย และการเติบโต ผ่านช่วงเวลาที่ออกจากเมืองบ้านเกิด เข้าสู่ลอนดอน การใช้เวลาในไอซ์แลนด์เพื่อทำเพลง โดยทั้งสองเขียนเพลงนี้จากมุมมองของคนใกล้ชิดพวกเขา

Blindside นั้นบอกเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกต่อสัมพันธ์ของคนสองคนที่ไม่เท่ากัน ทั้งที่ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวด ทอมได้ถ่ายทอดน้ำหนักของความรู้สึกดังกล่าวออกมาทางบทเพลง ขณะที่ Human นั้นเริ่มต้นด้วยท่วงทำนองที่ติดหู ก่อนจะดึงเข้าสู่ความบริสุทธ์ เรียบง่าย เป็นสิ่งเตือนให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และกล้าที่จะแสดงตัวตนออกมา

Never Hurt Again นั้นนำเสนอดนตรีที่คึกคัก เป็นเพลงที่ดึงอารมณ์ไปในทิศทางบวก ราวกับจะบอกว่าพวกเขาไม่ได้เขียนเป็นแค่เพลงเศร้า ก่อนจะพาดำดิ่งสู่ความกระอักกระอ่วนในความสัมพันธ์กับ Almost Over เพลงซึ่ง Ben ออกปากว่าเป็นเพลงโปรดของเขา

You Won’t Know Where You Stand มาด้วยจังหวะกลางๆ ชวนโยก และยังพอดีกับจังหวะก้าวเท้า พาให้รู้สึกถึงการเดินทางท่ามกลางความสับสน “บางครั้งการถูกคนใกล้ชิดบอกว่าเราเปลี่ยนไป มันก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก” เพลงนี้ถูกเรียบเรียงขึ้นมาภายใต้ความรู้สึกดังกล่าว มันบอกเล่าถึงการมองหาที่ทาง จุดยืนของตัวเองภายใต้สิ่งต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป มันเป็นเพลงที่ค่อนข้างอ่อนไหวสำหรับพวกเขาด้วยเช่นกัน

I wanna be a star without the scars
We’d be running, running, running
With the same old crowd
And I’d be myself

I Gave It All นั้นเป็นเพลงที่แต่งขึ้นในช่วงแรกๆ เลยก็ว่าได้ และเป็นเพลงแรกที่นำพาให้รู้จักกับวงนี้ โดยพวกเขาแต่งเพลงช้าที่นำด้วยเสียงเปียโน ถ่ายทอดอารมณ์อ่อนไหวของเรื่องราวและประสบการณ์ภายในครอบครัว และนับว่าเป็นเพลงสำคัญเพลงหนึ่ง

All I Ever Wanted เปลี่ยนบรรยากาศด้วยท่วงทำนอง และวิธีร้องที่ให้ความรู้สึกคล้ายเพลงประสานเสียงในโบสถ์ (Choir) ขณะที่ Sorry ซึ่งเป็นอีกเพลงหนึ่งที่แต่งขึ้นในช่วงแรกๆ คล้ายจะเป็นจดหมายแทนคำพูด มันตรงไปตรงมา ถ่ายทอดความเจ็บปวดออกมาอย่างเรียบง่าย ด้วยเสียง Falsetto อันเป็นเอกลักษณ์ของทอม

เพลงถัดมาอย่าง Complication ถูกเขียนขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนพวกเขาจะย้ายเข้าสู่กรุงลอนดอน จังหวะดนตรีที่ค่อนข้างเร็วคล้ายจะเป็นตัวแทนกระแสชีวิต ความเคลื่อนไหวรีบเร่งของเมืองใหญ่ และบางทีมันคงแสดงถึงความกังวลของพวกเขาเอง การใช้ชีวิตในเมือง ในที่ที่เปลี่ยนไป อาจทำให้หลายคนรู้สึกอยู่ผิดที่ผิดทาง โดยเฉพาะสำหรับคนที่มาจากเมืองเล็กๆ อย่างพวกเขา

พวกเขายังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของคนใกล้ชิด ออกมาเป็นเพลง Never Seen You Get So Low ก่อนจะนำพาเข้าสู่ Low Light ซึ่งเป็นอีกเพลงหนึ่งที่ถ่ายทอดความเป็น Aquilo ได้ดี ด้วยเนื้อหาเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของวัย การเติบโต การเปลี่ยนแปลง การก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันท่ามกลางความสับสน ตลอดจนความปรารถนาที่เชื่อมโยงกับความผูกพันเก่าๆ เพื่อนเก่าและความทรงจำจากเมืองบ้านเกิด

Always Done What You Say นั้นเป็นเพลงสุดท้ายที่พวกเขาเขียนก่อนปิดอัลบั้ม แต่แทร็กสุดท้ายที่ถูกเรียบเรียงในอัลบั้มนี้คือ Waiting ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเพลงที่หวานปนเศร้า เนื้อหาที่บอกเล่าถึงการเว้นระยะในความสัมพันธ์ การปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใช้ชีวิตของตัวเอง โดยคาดหวังลึกๆ ว่าท้ายที่สุด อีกฝ่ายจะยังคงอยู่ด้วยกัน ในทางหนึ่งมันอาจเหมือนจดหมายรักก็ว่าได้

I’m waiting for you darling
I’m waiting for the word
I’m waiting for you darling
Just say it and nothing will stand in my way

ในด้าน MV ของ Aquilo ส่วนใหญ่มีความเป็น Cinematic ค่อนข้างสูง พวกเขามักถ่ายทอดบทเพลงออกมาเสมือนภาพยนตร์ฉากหนึ่ง เพลงยุคแรกอย่าง Losing You และ I Gave It All ได้ทำ Music Video โดยแบ่งเป็นสองพาร์ท แบบกึ่งภาพยนตร์สั้น

ในอัลบั้มชุดนี้ Trilogy อันประกอบด้วย You Won’t Know Where You Stand (Part I), Silhouette (Part II) และ Almost Over (Part III) เองก็ได้ทำ MV เป็นเรื่องราวเชื่อมโยงกัน

หากมองย้อนกลับไปในภาพรวมของอัลบั้ม ในมุมของภาพยนตร์ อาจบอกได้ว่า พวกเขาเปิดฉากอัลบั้มด้วยฉากตอนใกล้จบเรื่อง ก่อนจะเล่าเรื่องราวจากจุดเริ่มต้น อันนำมาซึ่งการตัดสินใจในท้ายที่สุดนั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจติดตามวง หรืออุดหนุนอัลบั้มบน iTunes สามารถติดตามได้ในกรอบข้างล่างนี้เลยค่ะ

References:
http://atwoodmagazine.com/aquilo-2017-interview-silhouettes/
https://nylon.com/articles/aquilo-silhouettes-track-by-track
https://www.livingnorth.com/northeast/people-places/interview-ben-fletcher-and-tom-higham-aquilo
https://www.independent.co.uk/arts-entertainment/music/aquilo-interview-heartbreak-hygge-and-why-two-is-the-magic-number-a7541436.html

Related Posts